SBOTOP

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - Shopd2

หน้า: [1] 2 3 ... 150
1
ดาวโจนส์ปิดร่วง 339.82 จุด, Nasdaq ปรับฐาน หลังหุ้นเทคโนฯดิ่งหนัก

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงในวันพุธ (19 ม.ค.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ทรุดตัวลงอย่างต่อเนื่องและเข้าสู่การปรับฐาน (Correction) เนื่องจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐได้ฉุดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลงอย่างหนัก นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,028.65 จุด ลดลง 339.82 จุด หรือ -0.96%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,532.76 จุด ลดลง 44.35 จุด หรือ -0.97% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,340.26 จุด ลดลง 166.64 จุด หรือ -1.15%

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ดัชนี Nasdaq เข้าสู่การปรับฐานแล้วในวันพุธ เนื่องจากดัชนีทรุดตัวลง 10.7% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2564 ซึ่งโดยปกติแล้วการปรับฐานจะเกิดขึ้นเมื่อดัชนีทรุดตัวลง 10% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งล่าสุด โดยดัชนี Nasdaq ร่วงลงหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับ 1.9% เมื่อคืนนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2562 ท่ามกลางการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค.

แจ็ค แอบลิน นักวิเคราะห์จากบริษัท Cresset Capital กล่าวว่า ความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยและการใช้นโยบายคุมเข้มด้านการเงินของเฟดส่งผลให้นักลงทุนทุบขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เนื่องจากบริษัทในภาคส่วนนี้จำเป็นต้องพึ่งพาอัตราดอกเบี้ยต่ำในการกู้ยืมเงินเพื่อลงทุนด้านนวัตกรรม

ทั้งนี้ FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนักมากกว่า 90% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นเดือนที่เฟดยุติโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)

หุ้น 9 ใน 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยดัชนีหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยร่วงลง 1.81% โดยหุ้นไนกี้ ดิ่งลง 1.25% หุ้นคาปรี โฮลดิ้งส์ ร่วงลง 1.02% โดยคาปรีเป็นบริษัทที่เกิดจากการควบรวมกิจการระหว่างไมเคิล คอร์ส โฮลดิ้งส์ และจิอันนี เวอร์ซาเช่

ดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดิ่งลง 1.37% โดยหุ้นเทสลา ร่วงลง 3.38% หุ้น NVIDIA ร่วงลง 2.23% หุ้นแอปเปิล ร่วงลง 2.10% หุ้นอัลฟาเบท ลดลง 0.65% หุ้นแอมะซอน ร่วงลง 1.65% หุ้นอินเทล ร่วงลง 2.08%

ดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวลง 1.81% นำโดยหุ้นโกลด์แมน แซคส์ ร่วงลง 1.98% หุ้นเจพีมอร์แกน ลดลง 1.69% หุ้นเวลส์ ฟาร์โก ร่วงลง 1.98% หุ้นซิตี้กรุ๊ป ร่วงลง 1.65% หุ้นมาสเตอร์การ์ด ดิ่งลง 1.52%

อย่างไรก็ดี หุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา ดีดตัวขึ้น 0.39% หลังจากธนาคารเปิดเผยกำไรต่อหุ้นในไตรมาส 4/2564 ที่ระดับ 82 เซนต์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 76 เซนต์ โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจบริหารสินทรัพย์ และวาณิชธนกิจ

หุ้นมอร์แกน สแตนลีย์ พุ่งขึ้น 1.83% หลังธนาคารเปิดเผยกำไรต่อหุ้นในไตรมาส 4 ที่ระดับ 2.01 ดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.91 ดอลลาร์ โดยได้ปัจจัยหนุนจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง

หุ้นพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (P&G) พุ่งขึ้น 3.6% ขานรับผลกำไรต่อหุ้นในไตรมาส 4 ซึ่งอยู่ที่ 1.66 ดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.65 ดอลลาร์ เนื่องจากการที่บริษัทปรับขึ้นราคาสินค้าได้ช่วยชดเชยผลกระทบจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่พุ่งขึ้น และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการขนส่ง

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐระบุว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านเพิ่มขึ้น 1.4% ในเดือนธ.ค. สู่ระดับ 1.702 ล้านยูนิต และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.650 ล้านยูนิต จากระดับ 1.678 ล้านยูนิตในเดือนพ.ย. โดยตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านได้แรงหนุนจากสภาพอากาศอบอุ่นในเดือนธ.ค. แม้ได้รับผลกระทบจากการพุ่งขึ้นของราคาวัสดุก่อสร้าง และการขาดแคลนแรงงาน

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีการผลิตเดือนม.ค.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย, ยอดขายบ้านมือสองเดือนธ.ค. และดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนธ.ค.จาก Conference Board

2



การจัด ดอกไม้งานศพ นั้นเป็นเรื่องสำคัญในงานพิธีศพ นั่นเพราะว่าเพื่อเป็นการแสดงความระลึกถึงแก่ผู้วายชนม์ รวมทั้งให้งานไม่เศร้าหมองจนเกินไป ดอกไม้งานศพนั้นเปรียบได้ดั่งสัญลักษณ์ที่ใช้แสดงถึงความรู้สึกของญาติ เช่นการจัดดอกไม้ในโทนสีที่่ผู้วายชนม์ถูกใจ เพื่อให้ผู้วายชนม์ได้มีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองชอบเป็นหนสุดท้าย ดอกไม้แต่ละประเภทมีความหมายในตัวของดอกไม้เอง อย่างเช่น ดอกเบญจมาศ แทนสัญลักษณ์ของการเสียชีวิตและก็ไว้อาลัย ทำให้ดอกไม้แต่ละดอกนั้นมีความหมายเพื่อใช้แทนความรู้สึกของผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่





“ฐวีสิน ฟิวเนอรัล” เป็นบริษัทชั้นแนวหน้าที่ดำเนินธุรกิจด้านการจัด ดอกไม้งานศพ และรับจัดงานศพ แบบครบวงจร มีประสบการณ์เป็นเวลานานกว่า 30 ปี พร้อมให้บริการทั่วทุกพื้นที่ในเขตจังหวัดกรุงเทพ ปริมณฑล – ลพบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง เราบริการลูกค้าทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นงานเล็ก งานใหญ่ หรืองานระดับพรีเมียร์ พวกเรามีทีมงานมือโปรที่ได้รับการอบรมเฉพาะทางด้านการจัดดอกไม้งานศพอย่างเชี่ยวชาญและเต็มเปี่ยมด้วยประสบการณ์มาอย่างยาวนาน เราคัดสรรดอกไม้นานาชนิดทั่วทุกพื้นที่ ทั้งจากภายในประเทศแล้วก็นำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อนำมาใช้ในงานสวดอภิธรรมศพ พวกเราเน้นเฉพาะ ดอกโต มีก้านที่แข็งแรง สวยสดงดงาม มีคุณภาพ และก็เรายังมีการให้อาหารดอกไม้เพื่อล่อเลี้ยงรวมทั้งช่วยยืดอายุของดอกไม้ ให้คงทน สวยสดงดงาม อยู่ได้นานตลอดการจัดงานบำเพ็ญกุศลอีกด้วย พวกเราเอาใจใส่ทุกรายละเอียด เพื่อทำผลงานดอกไม้หน้าศพ ให้ออกมามีคุณภาพ วิจิตรบรรจง สวยสง่างาม ทรงคุณค่าต่อการจดจำ ให้สมกับที่ได้รับความเชื่อมั่น ให้เราได้ช่วยคลายความเสียใจในช่วงเวลาแห่งการสูญเสียและก็พร้อมส่งมอบความอาลัยรัก อันทรงคุณค่า แด่บุคคลที่ท่านรักเป็นคราวสุดท้ายอย่างดีที่สุด



4
อสังหาริมทรัพย์รายแรกในเอเชีย! แสนสิริจับมือกรุงไทย เปิดตัว 'หุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ' ผ่านแอปฯ 'เป๋าตัง'

นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แสนสิริ เป็นองค์กรที่ประกาศจุดยืนแกร่ง ในการให้ความสำคัญและสนับสนุน 'ความเท่าเทียมในทุกมิติ' ทั้งในองค์กรสู่สังคม รวมถึงแนวคิดในการพัฒนาที่อยู่อาศัย ภายใต้เจตนารมณ์และความมุ่งมั่น ในการเป็นแบรนด์ที่จับต้องง่าย และ 'แบรนด์ที่ทุกคนเข้าถึงได้' ซึ่งไม่ใช่เพียงเฉพาะการพัฒนาโปรดักส์ เพื่อให้เป็นแบรนด์ที่เข้าถึงได้ในทุกระดับราคา แสนสิริยังมองถึงความสำคัญในด้านการลงทุนที่ต้องเท่าเทียมและเข้าถึงได้ พร้อมกับการมุ่งมั่นนำเสนอนวัตกรรมทางการเงินในรูปแบบใหม่ๆ ตอบรับความต้องการของลูกค้า เพื่อให้คนไทยเข้าถึงการลงทุนและสนับสนุนให้ทุกคนเข้าถึงการมีบ้านได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ในปี 2564 ที่ผ่านมา แสนสิริก้าวสู่ความเป็นผู้นำในการพลิกโฉมการลงทุน ในหุ้นกู้บริษัทเอกชนที่ทุกคนเข้าถึงได้และมีโอกาสซื้อเท่าเทียมกัน ครั้งแรกของเมืองไทย โดยประสบความสำเร็จใน 'หุ้นกู้แสนสิริ i-EASY' เริ่มต้น 10,000 บาท ที่ได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากการจองซื้อหมดในเวลาอันรวดเร็วในทั้ง 2 รอบในปีที่ผ่านมา

ในปี 2565 แสนสิริยังได้เดินหน้าต่อยอดวิสัยทัศน์ ความเท่าเทียมในทุกมิติ และไม่หยุดยั้งในการนำเสนอนวัตกรรมทางการเงินในรูปแบบใหม่ๆ พร้อมรุกต่อยอดการลงทุนให้เข้าถึงง่ายและเท่าเทียมสำหรับคนไทยทุกคน โดยล่าสุด บริษัท ได้จับมือกับ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เตรียมออก 'หุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ' เป็นรายแรกของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเอเชีย ชูวิสัยทัศน์ร่วมกันในการเป็น 'หุ้นกู้ที่คนไทยทุกคนเข้าถึงได้' อีกหนึ่งทางเลือกในการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอ ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นต่ำสุดเพียง 1,000 บาท ซื้อขายแบบ real-time 24 ชั่วโมง ผ่านวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้บนแอปฯ เป๋าตัง เป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ดอกเบี้ยคงที่ 3.10% ต่อปี ระยะเวลาลงทุนเพียง 2 ปี 6 เดือน รับดอกเบี้ยทุก 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ นอกจากนี้ หุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ ยังมีสภาพคล่อง ด้วยการซื้อ/ขายหุ้นกู้ได้ทันทีในตลาดรอง หลังหุ้นกู้เข้าวอลเล็ตบนแอปเป๋าตังได้อีกด้วย โดยจะเปิดจองพร้อมกัน 8:30 น. ของวันที่ 18 มกราคม 2565 นี้ ผ่านวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้ บนแอปพลิเคชัน 'เป๋าตัง' เท่านั้น เพื่อให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม

'ความร่วมมือกับธนาคารกรุงไทย เปิดตัวหุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ บนแอปฯ เป๋าตัง ครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวความมุ่งมั่นของแสนสิริ ที่ให้ความสำคัญในด้านความเสมอภาค - เท่าเทียม และเข้าถึงได้ในทุกมิติของคนไทยทุกคน และเป็นการต่อยอดความสำเร็จของการลงทุนหุ้นกู้รูปแบบใหม่ ให้คนทุกกลุ่มเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายอย่างทั่วถึง ด้วยวงเงินเริ่มต้นสำหรับการลงทุนในหุ้นกู้ที่ต่ำที่สุดเท่าที่เคยมีมาในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ผสานกับจุดแข็งของแอปพลิเคชัน 'เป๋าตัง' ของธนาคารกรุงไทย ที่มีการพัฒนาฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย จนกลายเป็นศูนย์รวมที่คนไทยเกือบทั้งประเทศรู้จักและใช้บริการมากกว่า 33 ล้านคน' นายเศรษฐา กล่าว

แสนสิริประสบความสำเร็จจากการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินทั้งเพื่อระดมทุนและดำเนินธุรกิจในรูปแบบใหม่ที่ตอบรับเทรนด์โลกการเงินดิจิทัลและตอบโจทย์พฤติกรรมนักลงทุนและกลุ่มลูกค้าที่เปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่องมาตลอดปี 2564 นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งด้วยสภาพคล่องที่มีในมือถึง 15,000 ล้านบาท สวนกระแสเศรษฐกิจ จากกลยุทธ์บริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนที่ดี ในภาวะที่ต้องรับมือกับสถานการณ์โควิด ซึ่งบริษัทฯ ยังได้เตรียมต่อยอดพัฒนาเครื่องมือทางการเงิน ทั้งการระดมทุนรูปแบบใหม่และนวัตกรรมทางการเงินที่จะดึงดูดนักลงทุนและสร้างความแข็งแกร่งให้แบรนด์แสนสิริ ที่พร้อมเตรียมเปิดตัวในต้นปี 2565 ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะสามารถกำหนดมูลค่าเสนอขายหุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริได้ในช่วงกลางเดือนมกราคมนี้ สำหรับการลงทุนในหุ้นดิจิทัลแสนสิริครั้งนี้นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีของคนไทยในการออมที่ได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝาก ด้วยผลตอบแทนคงที่กับอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ที่ระดับ BBB+ โดยทริสเรทติ้ง

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงไทยมุ่งมั่นนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมรูปแบบใหม่มาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน ให้ตอบโจทย์ลูกค้าและประชาชนทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง บนช่องทางดิจิทัลที่เข้าถึงง่าย ใช้งานสะดวก และปลอดภัย พร้อมสนับสนุนให้คนไทยวางแผนการออมและการลงทุนเพื่ออนาคตที่มั่นคง โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ตอบโจทย์ บนแอปพลิเคชัน 'เป๋าตัง' ที่ได้รับการพัฒนาโดยบริษัท อินฟินิธัส บาย กรุงไทย (Infinitas by Krungthai) ให้เป็น Thailand Open Digital Platform เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทุกกลุ่มใช้บริการได้ แม้ไม่มีบัญชีเงินฝากของธนาคารกรุงไทย พร้อมเปิดกว้างร่วมมือกับพันธมิตรที่หลากหลาย ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับศักยภาพของ Platform ให้สามารถบริการครอบคลุมกิจกรรมในชีวิตของลูกค้าและประชาชนอย่างทั่วถึง ทั้งด้านบริการทางการเงิน สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ รวมถึงการออมและการลงทุน

ล่าสุด ธนาคารกรุงไทยได้จับมือกับแสนสิริ เสนอขาย หุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ บนแอปพลิเคชัน 'เป๋าตัง' ทำให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงการลงทุนในหุ้นกู้แสนสิริ ซึ่งนับเป็นผู้นำอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเสมอภาค ซื้อขายได้สะดวก รวดเร็ว แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง ได้รับหุ้นกู้และได้รับเงินทันที พร้อมทั้งแสดงข้อมูลการถือครองหุ้นกู้ ราคาซื้อขาย ครบจบในที่เดียว ผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน ทำให้มีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้

'ความร่วมมือกับแสนสิริในครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญในการปฎิวัติการลงทุนหุ้นกู้ภาคเอกชนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และเป็นก้าวสำคัญในการขยายศักยภาพของแอปฯ เป๋าตัง ให้ตอบโจทย์เรื่องการออมและการลงทุนไปอีกขั้น ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับลูกค้าและประชาชนอย่างยั่งยืนในอนาคต ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDG) ในหลายๆ ด้าน ทั้งด้านการนำนวัตกรรมมาเพิ่มประสิทธิภาพ พัฒนายกระดับตลาดทุนไทย นำเสนอบริการที่สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม เพราะเป็นผลิตภัณฑ์แบบ Scripless ไม่ต้องใช้เอกสาร ลดการเดินทางไปที่สาขา โดยทำรายการบนแอปฯ เป๋าตังได้ทันที ซึ่งเป็นช่องทางที่ประชาชนส่วนใหญ่คุ้นเคยมีผู้ใช้งานกว่า 33 ล้านคน ช่วยให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงการลงทุนได้ทั่วถึง ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ มีระบบที่โปร่งใส ปลอดภัย สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน อีกทั้งยังเป็นไปตามแนวทางเศรษฐกิจแบ่งปัน หรือ Sharing Economy ซึ่งจะช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับตราสารหนี้ของประเทศอีกด้วย' นายผยง กล่าว

สำหรับผู้ที่สนใจจองซื้อหุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ สามารถลงทะเบียนวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้บนแอปฯ 'เป๋าตัง' ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยเปิดจองซื้อพร้อมกันตั้งแต่เวลา 08.30 น. วันที่ 18 มกราคม 2565 จนกว่าจะมีผู้จองซื้อหุ้นกู้เต็มตามจำนวนที่เสนอขาย จองซื้อขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท ทวีคูณครั้งละ 1,000 บาทสูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อราย ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถศึกษาขั้นตอนการลงทะเบียนจองซื้อหุ้นกู้ กรอกประวัติส่วนตัวและทำ Suitability Test ในแอปฯเป๋าตังและวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้ได้ล่วงหน้าก่อนถึงวันซื้อจริง

5
 สายน้ำมันซิ่ง Yamaha

คลิกที่รูปภาพเพื่อซื้อสินค้า
4x6


5x8


8x12



6.5 x 10



รวมขนาด


สายทนแรงกดดันน้ำมัน สำหรับรถหัวฉีดทุกรุ่น ทนน้ำมัน E85
สายนแรงกดดันน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถหัวฉีดทุกรุ่น
ดีมากยิ่งกว่าของเดิมแน่นอน สายใหญ่ น้ำมันไหลดีขึ้นกว่าเดิม ด้านหลังแรงๆ
ทนแรงดัน ทนน้ำมันe85แข็งแรงต่อน้ำมันเครื่อง
สายไม่ละลาย สายไม่บวมแตก ทนอุณหภูมิสูง
ใช้กับน้ำมัน สารเคมี แล้วก็ของเหลวได้หลายชนิด

 สายน้ำมันซิ่ง ทนแรงดัน

คลิกที่ข้อความเพื่อซื้อสินค้า

สายน้ำมันซิ่ง ทนแรงดัน

6
ZEW เผยดัชนีความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจเยอรมนีเพิ่มขึ้นในเดือนม.ค.

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจยุโรป (ZEW) เปิดเผยผลสำรวจผู้เชี่ยวชาญรายเดือนบ่งชี้ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในเยอรมนี เพิ่มขึ้น 21.8 จุด เมื่อเทียบรายเดือน แตะ 51.7 จุดในเดือนม.ค.

นายอาชิม แวมบาค ประธาน ZEW กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจดีขึ้นมากเมื่อเริ่มปีใหม่ พร้อมระบุว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดการเงินส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจจะเพิ่มขึ้นในช่วง 6 เดือนข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดการเงิน 178 รายระบุว่า การประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันในเยอรมนีนั้นย่ำแย่ลงอีกครั้ง เนื่องจากดัชนีที่เกี่ยวข้องปรับตัวลงเล็กน้อยสู่ระดับ -10.2 จุด

นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นด้านการพัฒนาทางเศรษฐกิจของยูโรโซน เพิ่มขึ้น 22.6 จุด แตะระดับ 49.4 จุดในเดือนม.ค. ขณะที่ดัชนีชี้วัดสถานการณ์ ลดลงมาอยู่ที่ระดับ -6.2 จุด ลดลง 3.9 จุด เมื่อเทียบเป็นรายเดือน

ZEW ระบุว่า การคาดการณ์เงินเฟ้อสำหรับยูโรโซนยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง และดัชนีคาดการณ์เงินเฟ้ออยู่ที่ระดับ -38.7 จุด

ทั้งนี้ 58% ของผู้เชี่ยวชาญคาดว่า อัตราเงินเฟ้อจะลดลงในอีก 6 เดือนข้างหน้า

 

7
ครม.ไฟเขียว LTR Visa ดึงต่างชาติศักยภาพสูงเข้าลงทุนในประเทศ เพื่อขับเคลื่อนศก.

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติหลักการร่างประกาศกระทรวง รวม 2 ฉบับ เพื่อรองรับการขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทยตามนโยบายของรัฐบาล อันจะส่งผลให้มีการใช้จ่ายภายในประเทศและเกิดการลงทุนเพิ่มมากขึ้น เป็นผลดีต่อผู้ประกอบการธุรกิจ ประชาชน และแรงงานในประเทศมีรายได้ต่อเนื่อง

โดยกลุ่มเป้าหมายชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงประกอบด้วย 4 กลุ่ม ได้แก่

1.กลุ่มประชากรผู้มีความมั่งคั่งสูง (Wealthy global citizen)

2.กลุ่มผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ (Wealthy pensioner)

3.กลุ่มที่ต้องการทำงานจากประเทศไทย (Work - from - Thailand professional)

4.กลุ่มผู้เชี่ยวชาญพิเศษ (High - skilled professional)

ร่างประกาศฉบับแรก คือ ร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการดึงดูดคนต่างด้าวที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทย ซึ่งเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการอนุญาตให้คนต่างด้าวที่มีศักยภาพสูงเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ เพื่อการพำนักระยะยาว (long - Term Resident Visa : LTR Visa) มีสาระสำคัญ อาทิ

1.กำหนดประเภทการตรวจลงตราผู้พำนักระยะยาว (Long - Term Resident Visa : LTR Visa) ขึ้นใหม่ โดยคุณสมบัติคนต่างด้าวที่ได้รับสิทธิการตรวจลงตราประเภท LTR รวมถึงผู้ติดตามของคนต่างด้าว (คู่สมรสและบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมีอายุไม่เกิน 20 ปี จำนวนไม่เกิน 4 คน) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ประกาศกำหนด

2.คนต่างด้าวต้องยื่นคำขอหนังสือรับรองคุณสมบัติ พร้อมหลักฐานและเอกสารตามที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนกำหนด

3.อายุการตรวจลงตรา 10 ปี โดยคราวแรกไม่เกิน 5 ปี ขยายระยะได้คราวละไม่เกิน 5 ปี รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 10 ปี โดยเสียค่าธรรมเนียมปีละ 10,000 บาท

4.คนต่างด้าวและผู้ติดตามต้องแจ้งข้อมูลที่พักต่อเจ้าหน้าที่ทุก 1 ปี

5.เมื่อคนต่างด้าวได้รับอนุญาต สามารถยื่นคำขออนุญาตทำงานได้

6.คนต่างด้าวและผู้ติดตามที่ได้รับวีซ่า LTR สามารถขอเปลี่ยนประเภทวีซ่าอื่นได้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

7.หากคนต่างด้าวและผู้ติดตามไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้ จะถูกเพิกถอนวีซ่า LTR

ส่วนร่างประกาศฉบับที่ 2 คือ ร่างประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวทำงานในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการดึงดูดคนต่างด้าวที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทย มีสาระสำคัญ อาทิ

1.กำหนดบทนิยาม คนต่างด้าว คือ คนต่างด้าวและผู้ติดตามซึ่งเป็นคู่สมรสของคนต่างด้าว ตามร่างประกาศกระทรวงหมาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฯ

2.คนต่างด้าวสามารถยื่นคำขอใบอนุญาตทำงาน ตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวได้ และเมื่อได้ยื่นคำขอแล้ว ให้คนต่างด้าวสามารถทำงานไปพลางก่อนได้ โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตทำงาน

3.กำหนดอายุของใบอนุญาตทำงาน ดังนี้ (1)กรณีคนต่างด้าวที่ทำงานโดยมีนายจ้าง ให้ใบอนุญาตทำงานมีอายุเท่าสัญญาจ้างแต่ไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาตทำงาน และสามารถต่ออายุใบอนุญาตทำงานได้ โดยให้ต่ออายุตามระยะเวลาในสัญญาจ้างแต่ไม่เกินครั้งละ 5 ปี (2)กรณีคนต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีนายจ้าง (ธุรกิจส่วนตัว) ให้ใบอนุญาตทำงานมีอายุเท่าที่คนต่างด้าวร้องขอแต่ไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาตทำงาน และสามารถต่ออายุใบอนุญาตทำงานได้ตามที่ร้องขอแต่ไม่เกินครั้งละ 5 ปี

4.การอนุญาตให้คนต่างด้าวทำงานเป็นอันสิ้นสุด เมื่อการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของคนต่างด้าวเป็นอันสิ้นสุดลง เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฯ เช่น คนต่างด้าวไม่ดำเนินการตามประกาศ ขาดคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด

8
SEAC (ซีแอ็ค) กรุยแผนธุรกิจปี 65 กับเป้าหมายอัพสกิล คนไทย 1 ล้านคนใน 3 ปี

ย้ำวิสัยทัศน์ Empower Lives Through Learning ด้วยบทพิสูจน์ความสำเร็จในการยกระดับศักยภาพคนและองค์กรผ่านการเรียนรู้ และการสร้าง Impact ให้เกิดขึ้นจริงทั้งในระดับสังคมและระดับประเทศ พร้อมเดินหน้ามุ่งสู่เป้าหมายอัพสกิลคนไทยมากกว่า 1 ล้านคน ภายใน 3 ปี
เร่งปรับสกิล 4 กลุ่มคนทำงานยุคใหม่ และ 4 กลุ่มคนองค์กร เสริมแกร่งด้วยทักษะจำเป็นและหลักสูตรคุณภาพชั้นนำระดับโลก เพื่อสร้างการทรานฟอร์มสู่ผลลัพธ์แห่งความสำเร็จ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงในโลกการทำงานยุคใหม่
วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากทั้งในระดับองค์กรและในระดับบุคคล สำหรับภาพรวมทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 65 เรียกได้ว่าอยู่ในสภาวะเริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจนราว 3.9% ผ่านแรงขับเคลี่อนหลักมาจากการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนในประเทศ และการลงทุนกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อฟื้นฟูธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมให้คนไทยและองค์กรไทยเติบโตและไปต่อได้ไกลกว่าเดิม SEAC (ซีแอ็ค) เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสให้กับคนไทยในหลากหลายกลุ่มผ่านการเรียนรู้

ความท้าทายใหม่ที่ยากกว่าเดิม แต่ Empower Lives Through Learning คือ คำตอบ

นางอริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการ SEAC (ซีแอ็ค) องค์กรชั้นนำด้านการพัฒนาศักยภาพองค์กร ผู้นำ และคนทุกระดับ กล่าวว่า "ความท้าทายครั้งใหญ่ในปีที่ผ่านมา SEAC (ซีแอ็ค) ได้เป็นหนึ่งในองค์กรที่ผลักดันและช่วยเหลือให้เกิดการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงองค์กรและคน ตั้งแต่ระดับปฐมภูมิ สู่องค์กรชั้นนำขนาดใหญ่ เพื่อให้คนไทยสามารถเผชิญและก้าวผ่านวิกฤตไปด้วยกัน ด้วยการสรรหาและสร้างสรรค์หลักสูตร เครื่องมือหรือนวัตกรรมที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่าสร้างผลลัพธ์ได้จริง ตลอดจนผสานการเรียนรู้เข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เรียกว่า Truly-EdTech เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น การเข้าไปช่วยพลิกโฉมองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนด้วยหลักสูตรกว่า 200 หลักสูตร ผ่านการยกระดับศักยภาพผู้นำและบุคลากรในองค์กร รวมถึงช่วยอัพสกิลรีสกิลทักษะการสอนให้กับครูอาจารย์กว่า 1,000 คน ตลอดจนร่วมสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตนักเรียนนักศึกษาทุพพลภาพกว่า 30 คนผ่านมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม พร้อมทั้งทำโครงการนำร่อง (Pilot Project) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพข้าราชการจังหวัดสระบุรีกว่า 50 คนผ่านโครงการ Hi-Pro Saraburi 4.0 เป็นต้น

ทั้งนี้ SEAC (ซีแอ็ค) ได้สร้างสรรค์หลักสูตรการเรียนรู้ที่ทันต่อยุคสมัยให้กับคนไทยก้าวทันการเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งยังเป็นเพียงองค์กรเดียวในประเทศไทยที่ได้ลิขสิทธิ์นำหลักสูตรชั้นนำจากพาร์ทเนอร์สถาบันการเรียนรู้ชั้นนำระดับโลกเข้ามาสอนอย่างเป็นทางการ อาทิ หลักสูตรวิธีคิดเพื่อการทำงานร่วมกับผู้อื่น Outward Mindset จาก The Arbinger Institute และ หลักสูตรพัฒนาภาวะผู้นำ (Leadership Development) จาก The Ken Blanchard Companies สำหรับ YourNextU by SEAC ปัจจุบันมียอดสมาชิกกว่า 40,000 ราย และมีกว่า 615 องค์กรที่เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทรานฟอร์มตนเองและธุรกิจเพื่อก้าวสู่โลกอนาคต ผ่านหลักสูตรการพัฒนาบริหารทีม (E3s Leader Series - Engage Empower Execute) การพัฒนาภาวะผู้นำแบบ Agile Leader และหลักสูตรพัฒนาทักษะอื่นๆ ทั้ง Hard Skills และ Soft Skills ที่จำเป็นต่อโลกทำงานปัจจุบันและในอนาคต"

ต่อสู้กับความเชื่อ ที่ว่า "การเรียนรู้เป็นเรื่องน่าเบื่อ"

ด้วยประสบการณ์ของ SEAC (ซีแอ็ค) ที่ศึกษาและติดตามพฤติกรรมการเรียนรู้ของคนไทยมาตลอด 30 ปี ทำให้เข้าใจถึง 5 บริบทส่วนผสมการเรียนรู้ที่เหมาะสมที่สุดกับคนไทยในยุคนี้ คือ 1) Global Content เนื้อหาคุณภาพและนำไปใช้ได้จริงจากสถาบันชั้นนำระดับโลก 2) Design การออกแบบประสบการณ์และหลักสูตรที่เหมาะสมที่สุดให้กับผู้เรียนและองค์กรธุรกิจบนบริบทของสังคมไทย 3) Technology เทคโนโลยีที่ทำให้การมีส่วนร่วมในหลักสูตรเป็นเรื่องง่าย ทำให้ผู้เรียนสนุกอยากเรียนและเรียนได้อย่างต่อเนื่อง 4) Experienced Trainers ผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและรู้วิธีการถ่ายทอดความรู้อย่างมีพลัง 5) Learning Community สังคมแห่งการเรียนรู้ที่คนหลากหลายความเชี่ยวชาญ ต่างอาชีพ ต่างวัยมารวมกลุ่มเรียนรู้จากกันและกัน โดยในปี พ.ศ. 2565 SEAC (ซีแอ็ค) ยังมุ่งมั่นเดินหน้าตอกย้ำวิสัยทัศน์ Empower Lives Through Learning โดยจะโฟกัสลงไปในทุกๆ ช่วงชีวิต ทุกๆ กลุ่ม และทุกๆ สายอาชีพของคนไทยอย่างหลากหลายมากขึ้นกว่าในปีที่ผ่านมา

WHO & WHY 4 กลุ่มคนทำงานยุคใหม่ ที่ต้องรีบ "Reskill-Upskill" ให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง

นางสาวนิภัทรา ตั้งพจน์ทวีผล Product Director, YourNextU by SEAC (ซีแอ็ค) กล่าวว่า "ปัจจุบัน รูปแบบการทำธุรกิจและทักษะที่จำเป็นในการทำงานในปัจจุบันเปลี่ยนไปเร็วมาก การใช้ชุดความรู้เดิม ใช้แนวทางการทำงานแบบเดิมอาจไม่ได้ผลเหมือนเดิมอีกต่อไป เรามองเห็นช่องว่างและความท้าทายของการพัฒนาชุดทักษะใหม่ๆ ของคนหลายกลุ่มซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นกลุ่มที่มีความสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนนักศึกษาที่แสวงหาทางเดินและอาชีพที่ใช่ พนักงานที่ต้องการความก้าวหน้าท่ามกลางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงเร็ว เจ้าของกิจการ เพราะทุกชีวิตล้วนอยากให้ตัวเองมีอนาคตที่สดใสมากขึ้น ดังนั้น เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง คนทำงานยุคใหม่จึงจำเป็นต้องเรียนรู้และสร้างภูมิคุ้มกันใหม่ๆ เพื่อให้พร้อมเผชิญโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงสูง"

กลุ่มเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติ (Young Generation Students) - เสริมชุดทักษะชีวิตที่จำเป็นสำหรับเด็กที่ไม่มีสอนในรั้วโรงเรียน เพื่อติดอาวุธให้เด็กไทยเลือดใหม่ (New Generations) มีพื้นฐานทักษะสำคัญและวิธีคิดที่จำเป็น พร้อมรับมือโลกอนาคตที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
กลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดแรงงาน (New Generation Workforce) - การผสมผสานทักษะจำเป็นใหม่ๆ ที่ต่อยอดและสร้างโอกาสให้เด็กให้เป็นคนที่มีศักยภาพสูง (High Performance) เพราะเมื่อเด็กกลุ่มนี้ก้าวเข้าตลาดแรงงานจะช่วยผลักดันองค์กรให้เป็น High Performance Organization เลือดใหม่จะช่วยให้เกิดไอเดียใหม่ วิธีการทำงานใหม่ๆ ในองค์กร
กลุ่มคนที่กำลังมองหาการเติบโตในสายอาชีพที่มั่นคง (Career Transitioning Employees) - SEAC (ซีแอ็ค) ได้คัดสรรหลักสูตรผ่านการเป็นพันธมิตรกับสถาบันชั้นนำจากต่างประเทศ อาทิ SimpliLearn ในการออกแบบหลักสูตรที่เหมาะกับโลกการทำงานปัจจุบัน สำหรับกลุ่มคนที่กำลังมองหาการเติบโตในอาชีพเดิมหรือต้องการหาอาชีพใหม่ที่มั่นคง
กลุ่มเจ้าของกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม (Entrepreneurs & SMEs) - วิกฤตที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดความสะบักสะบอมของธุรกิจ SMEs ที่ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง SEAC (ซีแอ็ค) ต้องการช่วยองค์กร SMEs ทั้งหลายให้ผ่านพ้นวิกฤติเหล่านี้ไปให้ได้ ผ่านหลักสูตรและคอมมูนิตี้สำหรับผู้ประกอบการ SME ยุคใหม่ที่เน้นการเรียนรู้ต่อยอดประสบการณ์ทางธุรกิจระหว่างเจ้าของกิจการด้วยกัน แนวคิดและหลักสูตรการบริหารธุรกิจ รวมถึงเทคนิคการบริหารคนที่สร้างธุรกิจให้เติบโต ที่ย่อยมาแล้วจากต่างประเทศให้ตรงกับบริบทคนไทย
WHO & WHY 4 กลุ่มคนในองค์กรที่ต้องเร่งปรับตัว ผลักดันองค์กรสู่ความสำเร็จ

นายบุญชัย พงศ์รุ่งทรัพย์ Product Director, SEAC (ซีแอ็ค) กล่าวว่า "ต่อจากนี้ องค์กรทุกขนาดกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงที่มากกว่าการทรานฟอร์มองค์กรแล้ว แต่จะเป็นการทรานฟอร์มในวิธีคิด ทักษะและรูปแบบการทำงานของบุคลากรทุกระดับในองค์กร เพื่อยกระดับความสุขและประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้น ให้สามารถเดินหน้าสร้างผลลัพธ์แห่งความสำเร็จขององค์กร

เหตุผลที่แต่ละกลุ่มคนในองค์กรต้องปรับเพื่อเปลี่ยนให้ทันความเปลี่ยนแปลง

กลุ่มคนที่มีความสามารถและมีความสำคัญขององค์กร (Talent) - ปกติแล้วนั้นในหนึ่งองค์กรจะมี Talent เพียงแค่ 10 - 15% เท่านั้นที่ช่วยขับเคลื่อนผลลัพธ์ส่วนใหญ่ให้กับธุรกิจ ซึ่งหากองค์กรเร่งความเร็วในการพัฒนาทักษะและผลิต Talent จะช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวตามกระแสการเปลี่ยนแปลงได้ทัน และผลักดันธุรกิจไทยให้ได้มาตรฐานระดับโลก
กลุ่มผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในองค์กร (Changemaker) - จากการผนึกพันธมิตรกับองค์กรชั้นนำของโลกอย่าง J2N Global และทักษะที่ได้ทำการพิสูจน์มาแล้วว่าสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในองค์กรได้จริง วิ่งไปถึงวิธีคิดของคน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในทุกๆ เรื่อง เพราะการเปลี่ยนแปลงองค์กรนั้นจะไม่สามารถสำเร็จได้เลยหากไม่มีผู้ริเริ่ม การที่องค์กรจะสามารถเพิ่มเรื่องนวัตกรรมได้ต้องอาศัยการปรับตัวอย่างรวดเร็วให้ล้อกับกระแสการเปลี่ยนแปลง
ผู้นำทุกระดับขององค์กร (Leaders at all levels) - การหยอดทักษะพัฒนาให้ผู้นำที่มีลูกน้องทุกระดับขององค์กรมีภาวะผู้นำที่ถูกต้องและเหมาะสม ซึ่ง SEAC (ซีแอ็ค) ทำอย่างต่อเนื่องมากว่า 30 ปี ผ่านการออกแบบหลักสูตรที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้ว ที่เราได้เป็นตัวแทนเจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทศไทย ร่วมกับสถาบันระดับโลกอย่าง The Ken Blanchard Companies ที่จะช่วยทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเกิดการทำน้อยแต่ได้ผลลัพธ์มาก (Do less get more)
ผู้บริหารองค์กรทั้งในส่วนภาครัฐและเอกชน (Executives) - SEAC (ซีแอ็ค) อยากช่วยให้ผู้บริหารและกลไก เศรษฐกิจไทยวิ่งไปข้างหน้าได้ในระดับมหภาค ผ่านหลักสูตรที่ถูกคัดเลือก เลือกสรรและออกแบบที่ทำร่วมกันกับสถาบันชั้นนำระดับโลก อาทิ Michigan's Ross School of Business, Stanford Center for Professional Development และ IMD เป็นต้น
"SEAC (ซีแอ็ค) ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง "โอกาส" และยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยมากกว่า 1 ล้านคน ภายใน 3 ปีผ่านการเรียนรู้ ให้สามารถเลือกใช้ชีวิตได้ดีขึ้น เดินต่อไปได้ไกลขึ้น มีอนาคตที่สดใสและสมบูรณ์แบบมากที่สุด ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหนก็ตาม ภายใต้วิสัยทัศน์ Empower Lives Through Learning" นางอริญญา กล่าวสรุป

9
เชลล์ จับมือ ปอร์เช่ ผสานกำลังสองแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ขยายเครือข่ายสถานีชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงจากมาเลเซียสู่ประเทศไทย

เชลล์ และ ปอร์เช่ เอเชีย แปซิฟิก เดินหน้าประกาศความร่วมมือระดับภูมิภาค เปิดตัวเครือข่ายสถานีชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง (HPC) ข้ามพรมแดนแห่งแรกของเชลล์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ เมืองตังกัก รัฐยะโฮร์ ประเทศมาเลเซีย ให้ลูกค้าสามารถจองจุดชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ล่วงหน้า และชำระเงินไร้สัมผัสผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และไร้กังวลตลอดเส้นทางไฮเวย์จากเหนือจรดใต้พร้อมสัญจรสู่ประเทศสิงคโปร์ได้อย่างไร้อุปสรรค และเร็ว ๆ นี้ เชลล์และปอร์เช่พร้อมจะเดินหน้าขยายเครือข่ายสถานีชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงดังกล่าวมายังประเทศไทย เพื่อให้การเดินทางข้ามพรมแดนระหว่างมาเลเซีย สิงคโปร์ และไทยของลูกค้ารถยนต์พลังงานไฟฟ้าเป็นไปได้อย่างสะดวกและง่ายดาย

ภายใต้ความร่วมมือนี้ สถานีบริการเชลล์จำนวน 6 แห่งในประเทศมาเลเซีย จะติดตั้งเครื่องชาร์จพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง Direct-current (DC) Chargers ขนาด 180 กิโลวัตต์ ที่ให้ประสิทธิภาพการชาร์จพลังงานไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในประเทศมาเลเซีย ลดระยะเวลาการรอคอยให้กับลูกค้า โดยจะสามารถชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้าปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) จากระดับความจุแบตเตอรี่ 0 จนถึง 80% ได้ภายในระยะเวลาประมาณ 30 นาที หรือคิดเป็นระยะทางสูงสุดที่สามารถเดินทางได้ถึง 390 กิโลเมตร (ตามมาตรฐานการทดสอบ WLTP ) และจะเดินหน้าปักหมุดหมายขยายเครือข่ายการให้บริการมายังประเทศไทยในเร็ว ๆ นี้ เพื่อให้มีเครือข่ายสถานีบริการชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) มากยิ่งขึ้น ด้วยจุดเชื่อมต่อการชาร์จในกรุงเทพฯ ตลอดจนเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมต่าง ๆ อีกหลายแห่ง การเป็นพันธมิตรระดับภูมิภาคกับปอร์เช่ด้วยการมุ่งเป้าตอบสนองความต้องการลูกค้าผู้ใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า นับเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของเชลล์ในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Powering Progress เพื่อมุ่งหน้าสู่การเป็นธุรกิจพลังงานที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2593

นวัตกรรมการเดินทางและขนส่ง เพื่ออนาคตที่ดีกว่า

นายเรืองศักดิ์ ศรีธนวิบุญชัย กรรมการบริหาร ธุรกิจโมบิลิตี้ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า "ภายใต้แนวคิด 'เติมสุขให้ทุกชีวิต' เชลล์มุ่งมั่นขับเคลื่อนกลยุทธ์ Powering Progress ตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำในธุรกิจ E-mobility ในภูมิภาคและประเทศไทย ในฐานะบริษัทพลังงานชั้นนำระดับโลก เชลล์ภูมิใจมากที่ได้ร่วมมือกับปอร์เช่ ซึ่งมีนวัตกรรมโดดเด่นในอุตสาหกรรมรถยนต์ชั้นนำระดับโลก เพื่อร่วมกันส่งมอบนวัตกรรมที่ล้ำสมัยให้แก่ลูกค้าในภูมิภาคนี้รวมถึงประเทศไทย การเป็นพันธมิตรกันครั้งนี้ มิใช่เป็นเพียงการร่วมมือกันของสองแบรนด์ชั้นนำด้านคุณภาพในอุตสาหกรรมโมบิลิตี้เพื่อมอบความสุขให้กับลูกค้าเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นการร่วมกันขับเคลื่อนความมุ่งมั่นในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์อีกด้วย เชลล์ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะสานต่อกลยุทธ์ดังกล่าวนี้ พร้อมเดินหน้าขยายจำนวนเครือข่ายสถานีบริการชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ Shell Recharge ให้ครอบคลุมทำเลสำคัญทั่วประเทศไทยต่อไป"

มร. ปีเตอร์ โรห์เวอร์ กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย บริษัท เอเอเอส ออโต้ อิมพอร์ต จำกัด "ปอร์เช่ มีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนอนาคตอุตสาหกรรมโมบิลิตี้ในประเทศไทย ด้วยเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ตลอดห่วงโซ่คุณค่าภายในปี พ.ศ. 2573 ความร่วมมือกับเชลล์ครั้งนี้เกิดขึ้นจากการที่เรามีเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ตรงกัน อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมทางเลือกการชาร์จรถพลังงานไฟฟ้าที่หลากหลาย รวมถึงมอบสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้กับลูกค้าของเราที่เป็นเจ้าของรถพลังงานไฟฟ้าปอร์เช่ทุกคันอีกด้วย ด้วยเครือข่ายของสถานีชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงใหม่นี้ เรากำลังทำให้การเดินทางไกลข้ามพรมแดนโดยปราศจากการปล่อยมลพิษ ที่เคยเป็นเพียงวิสัยทัศน์ ให้กลายเป็นความจริงได้ในที่สุด"

10

ไม่ใช่เรื่องง่าย!ทูเคิ่ลหวังได้อยู่คุมเชลซีจนครบสัญญา

โธมัส ทูเคิ่ล เปิดอก อยากเป็นกุนซือให้กับ เชลซี ไปจนครบสัญญาที่เซ็นกันเอาไว้ หลังจากที่ผ่านมาจะแทบไม่เคยมีผู้จัดการทีมคนไหนที่ได้อยู่กับ 'สิงโตน้ำเงินคราม' จนครบสัญญา พร้อมยืนยันว่ายังมีความสุขกับทีมเต็มเปี่ยม
    โธมัส ทูเคิ่ล ผู้จัดการทีม เชลซี ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่าตนอยากจะอยู่กับทีมไปจนหมดสัญญาฉบับปัจจุบัน

    ถึงแม้จะเพิ่งเข้ามาคุม เชลซี เมื่อช่วงปลายเดือนมกราคม ปีก่อน แต่ ทูเคิ่ล ก็ทำผลงานได้โดดเด่นมากๆ จนถึงขั้นพาทีมเป็นแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาลก่อน ขณะที่ซีซั่นนี้ทีมของเขาก็ยังมีผลงานที่น่าประทับใจพอตัว

    ทูเคิ่ล เผยว่า 'ผมเชื่อว่าผมยังมีสัญญาจนถึงปี 2024 ตอนนี้เอาเป็นว่าเรามาอยู่กับสัญญาในปัจจุบัน และพยายามอยู่ในตำแหน่งให้ตรงกับที่ระบุเอาไว้ในสัญญาดีกว่า ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาบอกเราแล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่ายๆ แต่ตอนนี้ผมก็มั่นใจมากๆ ว่าผมจะอยู่จนครบสัญญาได้'

    'ตอนนี้ผมไม่อยากจะอยู่กับทีมไหนทั้งนั้นนอกจากทีมนี้ นั่นคือเรื่องจริง ผมมีความสุขมากๆ มารอดูกันดีกว่าว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป แต่ทุกคนก็รู้ดีว่าคุณต้องการผลการแข่งขันที่ดีๆ ด้วย (เพื่อที่จะได้อยู่กับทีมต่อ) และมันก็เป็นหน้าที่ของผมที่ต้องสร้างบรรยากาศที่จะช่วยทำให้เราได้ผลการแข่งขันแบบนั้นให้ได้'
 

11

คัมแบ็กพรีเมียร์ฯ?คอสต้ายกเลิกสัญญากับทีมในบราซิลแล้ว

ดีเอโก้ คอสต้า ระบุเอง ยกเลิกสัญญากับ อัตเลติโก มิเนยโร่ เรียบร้อย แม้ว่าจะเพิ่งมาอยู่กับทีมเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมของปี 2021 ก็ตาม

    ดีเอโก้ คอสต้า กองหน้าประสบการณ์สูง เปิดเผยว่าตัดสินใจยกเลิกสัญญากับ อัตเลติโก มิเนยโร่ สโมสรในลีกสูงสุดของประเทศบราซิล ด้วยความยินยอมร่วมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    หลังจากตกลงยกเลิกสัญญากับ แอตเลิตโก มาดริด ไปเมื่อช่วงเดือนธันวาคม ปี 2020 จนกลายเป็นฟรีเอเยนต์แล้วนั้น คอสต้า ก็มาอยู่กับ มิเนยโร่ แบบไร้ค่าตัวเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีการเซ็นสัญญากันจนถึงเดือนธันวาคม ปีหน้า

    ทั้งนี้ คอสต้า ทำไปได้ 5 ประตูจากการลงเล่น 19 นัดในทุกรายการ พร้อมกับมีส่วนช่วยให้ทีมได้ทั้งแชมป์ลีก และแชมป์ โคปา โด บราซิล ประจำปี 2021 มาครอง อย่างไรก็ตาม ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมามีข่าวลือว่าเขากำลังเจรจากับหลายสโมสร และหนึ่งในนั้นก็คือ อาร์เซน่อล ทีมดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กระทั่งล่าสุดแข้งวัย 33 ปีก็บอกเองว่าตนแยกทางกับ มิเนยโร่ เรียบร้อย

    คอสต้า กล่าวว่า 'วันนี้ผมได้บอกลา อัตเลติโก อย่างเป็นทางการแล้ว ผมขอขอบคุณ มาสซ่า อัตเลติกาน่า (กลุ่มแฟน. มิเนยโร่) สำหรับทุกกำลังใจและความรักที่ผมได้รับตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย ผมขอขอบคุณพวกคุณที่เป็นส่วนหนึ่งในความฝันของผม จากการที่ผมใฝ่ฝันมาตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นเด็กว่าอยากจะเล่นฟุต.บราซิล และได้แชมป์มาครอง'

    'ผมอยากขอบคุณทีมสตาฟฟ์ด้านเทคนิค, ทีมแพทย์, พนักงานต่างๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าเพื่อนร่วมทีมของผมที่ช่วยผมอยู่ทุกวัน พวกเขาทำทุกอย่างเพื่อทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลาย ตอนนี้ผมยังรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณทุกคนของ อัตเลติ อยู่เลย ผมขอขอบคุณทุกคนและขออวยพรให้พวกคุณประสบความสำเร็จนะครับ!!!'

12
ชื่อดีเสริมมงคล เกื้อหนุนให้ประสบความเจริญรุ่งเรืองดังใจหวัง

รับวิเคราะห์ชื่อให้ฟรี !!!!

รับตั้งชื่อ ตั้งชื่อเด็ก เปลี่ยนชื่อ หาชื่อมงคล
ใช้ทั้ง 3 ศาสตร์ คือตามหลักทักษา เลขศาสตร์ อายตนะ

ตามความเชื่อแบบไทย "ชื่อ" เป็นสิ่งที่มีความสำคัญ เพราะไม่เพียงจะเป็นคำที่ใช้แทนตัวเราเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้คุณให้โทษแก่เราอีกด้วย ดังนั้นการ "ตั้งชื่อ" ให้แก่เด็กหรือแม้แต่เปลี่ยนชื่อให้ตัวท่านเอง ต้องทำตามตำราจึงจะเป็นมงคล

การตั้งชื่อมงคลให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ตามเงื่อนไขของทุกศาสตร์ทุกตำรา เพื่อจะได้ชื่อดี ๆ สักชื่อนึงไม่ง่ายเลย ต้องมีการวิเคราะห์ชื่อแยกแยะอักขระ คำนวณวิเคราะห์ร้อยชื่อพันชื่อหากโชคดีอาจได้มาสักชื่อนึงก็เป็นได้ ได้ชื่อแล้วจะต้องดูผลคำทำนายรวมกับนามสกุลอีก ใช้แต่ละศาสตร์กลั่นกรองชื่อ แต่ละชื่อใช้เวลาในการคำนวณพอสมควร

ค่าครูในการตั้งชื่อ 299 บาท (จากปกติ 599 บาท) ท่านจะได้รับ

รับชื่อมงคล 2-3 ชื่อ มีคำอ่านและคำแปลของชื่อ
วิเคราะห์ชื่อใหม่ให้ทั้ง 3 ศาสตร์ ไม่ว่าหลักทักษา หลักเลขศาสตร์ หลักอายตนะ
ชื่อที่ได้รับจะผ่านการทำพิธีเสริมดวง เสริมมงคลให้ด้วย
ฤกษ์ในการเปลี่ยนชื่อ
พิธีกรรมที่ส่งเสริมการใช้ชื่อใหม่ ให้เกิดความเป็นสิริมงคล

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม วิเคราะห์ชื่อฟรี ตั้งชื่อ เปลี่ยนชื่อ ทักแชทได้เลยหรือติดต่อได้ที่

โทร. 0846623662
id line : teerapat999

เวปไซด์ http://porntaywa99.lnwshop.com/p/3
  

14
ปธ. Eurogroup เชื่อเงินเฟ้อสูงคงอยู่นานกว่าคาด แต่จะลดลงภายในปีนี้

นายปาสคาล โดโนโฮ ประธานกลุ่มรัฐมนตรีคลังยูโรโซน หรือ Eurogroup เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ (17 ม.ค.) ว่า อัตราเงินเฟ้อที่ระดับสูงจะคงอยู่นานกว่าที่คาดไว้ในตอนแรก แต่เชื่อว่าจะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป

ถ้อยแถลงของนายโดโนโฮมีขึ้นหลังการประชุมกลุ่ม Eurogroup ที่กรุงบรัสเซลส์ โดยนายโดโนโฮเชื่อว่าแรงกดดันด้านราคาจะค่อย ๆ ลดระดับลงและดีขึ้นภายในปีนี้

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติยุโรป (Eurostat) ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนพุ่งทำสถิติใหม่ที่ 5% ในเดือนธ.ค. 2564 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลในปี 2540 แซงหน้าสถิติเดิมที่ 4.9% ในเดือนพ.ย.

นายโดโนโฮเปิดเผยว่า รัฐมนตรีคลังของ Eurogroup จำนวนหนึ่งได้ยกประเด็นเรื่องเงินเฟ้อขึ้นมาพูดในที่ประชุม โดยนายโดโนโฮกล่าวว่า "เราคาดการณ์และรับรู้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในระดับสูงกว่าเดิมนานกว่าที่คาดไว้ตอนแรก แต่โดยรวมแล้ว เรายังคาดว่า เมื่อเวลาผ่านไปในปีนี้ แรงกดดันด้านเงินเฟ้อจะค่อย ๆ ลดลง"

นายโดโนโฮเสริมว่า "เราคาดว่าเงินเฟ้อจะลดลงเมื่อห่วงโซ่อุปทานในบางส่วนของเศรษฐกิจเราดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเราพบว่าระดับการออมเงินที่สูงขึ้นที่มีส่วนต่อแรงกดดันด้านราคาในปีที่แล้ว เริ่มที่จะลดลงเมื่อเวลาผ่านไปในปีนี้"

หน้า: [1] 2 3 ... 150
ศูนย์รวมเว็บบอร์ด SMF ฟรี

| ตลาดออนไลน์ | ขายของ | สินค้าใหม่ | สินค้ามือ 2 | สถานบริการ | ซื้อ-ขาย เกี่ยวกับกีฬา | ซื้อ-ขาย คอมพิวเตอร์ | เครื่องจักรหนัก เบา | นวัตรกรรมสิ่งประดิษฐ์แนวใหม่ และภูมิปัญญาท้องถิ่น | มือถือ อุปกรณ์สื่อสาร | เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้า | ซื้อ-ขาย เกมส์ ของเล่น | ธุรกิจท่องเที่ยว ทัวร์ ที่พัก | ธุรกิจบันเทิง เพลง ดนตรี | กิจกรรมนันทนาการ งานอดิเรก ผ่อนคลาย | แฟชั่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ | ผลิตภัณฑ์เสริมสวย สุขภาพ | อาหาร และยา ปัจจัย 4 | ผลิตภัณฑ์สำหรับแม่ และเด็ก | เกี่ยวกับการศึกษา | งานภาครัฐ และเอกชน, หางานทุกประเภท ทุกตำแหน่ง | ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ | เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน ธุรกิจตกแต่งบ้าน ดูแลรักษาบ้าน | ธุรกิจยานพาหนะ | รับจ้างทั่วไป | ตลาดฟอเร็กซ์ | ตลาดหุ้น | รับจ้างโพสต์บอร์ด แชร์ ไลค์ เฟสบุ๊ค | แชร์ ไลค์ ติดตาม ยูทูป | โปรโมทเว็บไซต์ ประชาสัมพันธ์สินค้า SEO |

สนับสนุน โดย

| M88 | 188BET | HappyLuke | FUN88 | WIN365 | 1XBET | WINS88 | W88 | NOWBET | Vwin | Dafabet | DEWABET | 12BET | LiveCasinoHouse |
|

ผู้ให้บริการเซิร์ฟเวอร์ โดย

| | |